ต้นอ่อนบร็อคโคลี่เป็นไมโครกรีนที่ลูกค้าถามถึงบ่อยที่สุดชนิดหนึ่ง ทั้งเพราะชื่อคุ้นหู และเพราะงานวิจัยเรื่องต้นอ่อนตระกูลนี้ถูกยกมาพูดถึงบ่อย บทความนี้อธิบายว่ามันต่างจากบร็อคโคลี่ที่ซื้อเป็นหัวอย่างไร งานวิจัยวัดอะไรไว้จริง ๆ และกินอย่างไรให้ได้ทั้งรสชาติและความกรอบ

ต้นงอก ไมโครกรีน และบร็อคโคลี่โตเต็มวัย ต่างกันอย่างไร

ทั้งสามอย่างคือพืชชนิดเดียวกัน (Brassica oleracea var. italica) ที่ต่างกันคืออายุและวิธีปลูก

  • ต้นงอก (sprouts) เพาะในน้ำหรือในโหลที่ชื้นประมาณ 3–5 วัน แทบไม่ใช้แสง กินทั้งต้นรวมราก ใบเล็กและสีซีด คล้ายถั่วงอก
  • ไมโครกรีน (microgreens) ปลูกบนวัสดุปลูกและให้แสงจนใบเลี้ยงคลี่เป็นสีเขียว แล้วตัดเหนือรากเมื่ออายุราว 7–14 วัน ก้านกรอบ ใบเขียวสด แบบนี้คือสิ่งที่ Dr.Sprouts ขาย
  • บร็อคโคลี่โตเต็มวัย ปลูกในแปลงราว 2–3 เดือนขึ้นไปจนได้ช่อดอกสีเขียวที่เรานำมาผัดหรือนึ่ง

ส่วนรสชาติ ต้นอ่อนบร็อคโคลี่รสอ่อนที่สุดในกลุ่มไมโครกรีนตระกูลกะหล่ำ ก้านกรอบฉ่ำ ใบนุ่ม มีกลิ่นคล้ายกะหล่ำปลีหรือบร็อคโคลี่ดิบบาง ๆ และมีรสซ่าเพียงเล็กน้อยตอนเคี้ยว เบากว่ามัสตาร์ดและไควาเระมาก จึงเหมาะเป็นไมโครกรีนตัวแรกสำหรับคนที่ยังไม่เคยกิน และเข้ากับผลไม้ได้โดยไม่ขัดกัน

ในต้นอ่อนบร็อคโคลี่มีอะไร

ต้นอ่อนบร็อคโคลี่มีวิตามิน A (ในรูปเบตาแคโรทีน) และวิตามิน C งานวิจัยของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (Xiao et al., 2012) ที่วิเคราะห์ไมโครกรีน 25 ชนิด พบว่าไมโครกรีนส่วนใหญ่มีวิตามิน C, E, K และแคโรทีนอยด์เข้มข้นกว่าผักชนิดเดียวกันที่โตเต็มวัย บร็อคโคลี่ไม่ได้อยู่ใน 25 ชนิดนั้น แต่งานชิ้นนี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของผักในระยะต้นอ่อน

สารที่ทำให้บร็อคโคลี่ถูกพูดถึงมากคือ กลูโคราฟานิน (glucoraphanin) ในกลุ่มกลูโคซิโนเลต งานวิจัยของ Fahey และคณะจากมหาวิทยาลัย Johns Hopkins ที่ตีพิมพ์ในวารสาร PNAS ปี 1997 พบว่าต้นงอกอายุ 3 วันของบร็อคโคลี่และกะหล่ำดอกบางสายพันธุ์ มีกลูโคราฟานินมากกว่าต้นโตเต็มวัยของพันธุ์เดียวกันราว 10–100 เท่า

ตัวเลขนั้นวัดจากต้นงอกอายุ 3 วัน ไมโครกรีนอายุมากกว่านั้น และเมื่อต้นโตขึ้นมีน้ำหนักมากขึ้น ความเข้มข้นต่อกรัมก็มักลดลง ต้นอ่อนบร็อคโคลี่จึงมีกลูโคราฟานินจริง แต่ไม่ควรนำตัวเลข 10–100 เท่าไปใช้กับไมโครกรีนตรง ๆ เราอยากเล่าตามที่งานวิจัยวัดไว้ มากกว่าตัวเลขที่ฟังดูดี

ทำไมการเคี้ยวและการหั่นจึงสำคัญ

ในเซลล์ของผักตระกูลกะหล่ำ กลูโคราฟานินกับเอนไซม์ไมโรซิเนส (myrosinase) ถูกเก็บแยกกันอยู่ เมื่อเซลล์แตกจากการเคี้ยว การหั่น หรือการปั่น ทั้งสองจะมาเจอกัน และเอนไซม์จะเปลี่ยนกลูโคราฟานินเป็นซัลโฟราเฟน (sulforaphane) นี่คือเคมีตามธรรมชาติของพืช และเป็นปฏิกิริยากลุ่มเดียวกับที่ทำให้ผักตระกูลกะหล่ำมีรสซ่าเมื่อเคี้ยว

ไมโรซิเนสเป็นโปรตีน จึงเสื่อมเมื่อโดนความร้อนสูงนาน ๆ ต้นอ่อนที่ต้มหรือผัดนานจึงเกิดปฏิกิริยานี้น้อยลง และเสียความกรอบไปด้วย เราแนะนำให้กินสด หรือใส่ในอาหารร้อนหลังปิดไฟอยู่แล้วเพื่อรสชาติและความกรอบ ในทางเคมี วิธีนี้ก็ทำให้เอนไซม์ยังทำงานได้ เนื้อหาส่วนนี้อธิบายเคมีของอาหาร ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

กินสดให้อร่อย และเก็บให้กรอบนาน

หลักมีข้อเดียว คือใส่ต้นอ่อนเป็นอย่างสุดท้าย ไอเดียที่ทำได้ทุกวันมีดังนี้

  • สลัด คลุกผักสลัดและอะโวคาโดกับน้ำสลัดก่อน แล้วค่อยโรยต้นอ่อนด้านบน (ดูเมนูสลัดไมโครกรีนรวม)
  • สมูทตี้ ใส่หนึ่งกำมือหลังปั่นผลไม้เสร็จ แล้วปั่นต่ออีกไม่กี่วินาที มะม่วงกับกล้วยกลบกลิ่นผักได้สนิท (ดูเมนูสมูทตี้มะม่วงต้นอ่อน)
  • ขนมปังและแซนด์วิช ทาครีมชีสบนขนมปังปิ้ง วางแซลมอนรมควันหรืออะโวคาโดบด แล้วโรยต้นอ่อนให้เต็ม (ดูเมนูขนมปังแซลมอนโรยต้นอ่อนบร็อคโคลี่)
  • ไข่และข้าว โรยบนไข่คน ไข่ดาว ข้าวหน้าต่าง ๆ หรือโจ๊ก หลังตักใส่ชามแล้ว

เก็บทั้งกล่องในตู้เย็นช่องธรรมดา ปิดฝาให้สนิท และยังไม่ต้องล้างจนกว่าจะกิน ถ้ามีหยดน้ำเกาะในฝาให้ซับด้วยกระดาษ ต้นอ่อนบร็อคโคลี่เก็บได้ประมาณ 7–10 วัน ถ้าก้านนิ่ม ใบเหลือง หรือมีกลิ่นเปรี้ยว แปลว่าเลยช่วงที่ดีที่สุดแล้ว ส่วนต้นที่แค่เริ่มสลดแต่ยังไม่เสีย เอาไปปั่นสมูทตี้ได้

ปลูกเองที่บ้านได้ไหม

ได้ วิธีคล้ายการปลูกหัวไชเท้า แต่เมล็ดบร็อคโคลี่เล็กกว่าและโตช้ากว่าเล็กน้อย

  1. ใช้ถาดที่มีรูระบายน้ำกับวัสดุเพาะกล้าที่สะอาด หรือแผ่นใยสำหรับเพาะต้นอ่อน รดน้ำให้ชุ่ม
  2. ใช้เมล็ดสำหรับเพาะต้นอ่อนที่ไม่เคลือบสาร เมล็ดบร็อคโคลี่เล็กจึงไม่ต้องแช่น้ำ โรยให้ทั่วเป็นชั้นเดียว แล้วฉีดน้ำให้ชื้น
  3. ปิดให้มืด 2–3 วัน จนต้นยืดตัวและรากยึดวัสดุปลูก
  4. ย้ายไปวางข้างหน้าต่างที่สว่าง รดน้ำจากด้านล่างวันละ 1–2 ครั้ง อย่าให้แฉะ และให้ลมถ่ายเท
  5. ตัดเมื่อใบเลี้ยงคลี่และเขียวเต็มที่ ก่อนใบจริงจะงอก โดยทั่วไปราว 7–10 วัน ถ้าเห็นขนขาวฟูที่ราก ลองฉีดน้ำดูก่อน ถ้ายุบหายไปคือขนราก ไม่ใช่เชื้อรา

ถ้าอยากได้ต้นอ่อนบร็อคโคลี่ที่ตัดสดและพร้อมกินทันที สั่งได้ทาง LINE @dr.sprouts กล่องละ 60 บาท (ประมาณ 45–50 กรัม) ทีมงานจะยืนยันรอบส่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑลให้ในแชท

แหล่งอ้างอิง

  1. Xiao Z., Lester G.E., Luo Y., Wang Q. (2012) Assessment of Vitamin and Carotenoid Concentrations of Emerging Food Products: Edible Microgreens. J. Agric. Food Chem. 60(31): 7644–7651
  2. Fahey J.W., Zhang Y., Talalay P. (1997) Proc. Natl. Acad. Sci. USA (PNAS) 94(19): 10367–10372

หมายเหตุ: ข้อมูลสารอาหารอ้างอิงจากงานวิจัยที่ระบุไว้ เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์